ไม่มีความรู้ขนาดนี้ จะไปทำอะไรได้ นักเรียนชายจบเพียง ม 6 เก็บคำดูถูกมาพัฒนาตัวเอง จนสร้างรายได้สูงถึง 5 หมื่นบาทต่อเดือน

เป็นอีกเรื่องหนึ่งราวที่น่าสรรเสริญมากมายๆที่จำเป็นต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆของเด็กผู้ชายคนนี้ ได้กลายเป็นไอดอลของเด็กที่เรียนไม่เก่ง แต่ว่าขยันรวมทั้งใฝ่ศึกษาในด้านอื่น สำหรับ จุลเทพ บุณยกรชนก หรือ น้องหยก ชายหนุ่มวัย 18 ปี ผู้เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีอ่างทอง ที่มีเงื่อนในชีวิตเป็น เรียนไม่เก่ง ได้เกรดเฉลี่ย 1 กว่ามาตลอด โดนคนที่อยู่รอบข้างและก็เพื่อนบ้านติเตียนอยู่เสมอว่า วิชาความรู้น้อยนิดจะไปทำอะไรกิน จะหาเลี้ยงชีพเองได้หรือไม่

โดยน้องหยกได้พูดว่า ตนเองกำเนิดในครอบครัวปกติ คุณพ่อเป็นเกษตรกร ปลูกผักเองบ้าง แต่ว่าเฉพาะผักประจำถิ่นเพื่อไว้กินแค่นั้น ตอนอยู่ ป 1 เริ่มเข้ามาช่วยพ่อปลูกผัก ทำปุ๋ย ก็เริ่มดูดซับประสบการณ์ต่างๆมาจากพ่อบ้าง พ่อน้องหยก เริ่มอาชีพเกษตรกรตอนปี 2547 ด้วยเหตุดังกล่าว หยกก็เลยคลุกคลีกับวิถีชีวิตเกษตรกรมาตั้งแต่เล็กๆสั่งสมประสบการณ์การปลูกผัก ทำปุ๋ย ทั้ง ที่ตั้งอกตั้งใจและไม่ตั้งอกตั้งใจบ่อยมา จวบจนกระทั่งเริ่มทำจริงๆในปี 2559 จากแรงกดดัน เด็กวัยหนุ่มคนนี้ได้เปลี่ยนแปลงมันให้เป็นแรงกระตุ้น ให้ตัวเองศึกษาและทำการค้นพบสิ่งที่เราเองถนัดจนถึงพบ โน่นเป็น เป็นเกษตรกรตามรอยพ่อ แต่ว่าเพิ่มไอเดียเด็กรุ่นใหม่ประหลาดสร้างทฤษฎีใหม่ ใส่การตลาดด้วยการเปิดเฟซบุ๊กใช้ชื่อ มังกรหยก คุณผู้ชายผักกาดหอม ปัจจุบันฟีดแบ็กดีเกินคาด เปิดศูนย์ทำความเข้าใจการปลูกผักกาดหอม รับหน้าที่เป็นติวเตอร์สอนทุกขั้นตอนให้แก่บรรดาคนที่สนใจ

น้องหยกได้เปลี่ยนวลีตำหนิคนที่อยู่รอบข้าง ให้แปลงเป็นแรงกระตุ้นปรับปรุงตัวเองจนได้ดี ปัจจัยที่หยกหันมาพึงพอใจทำเกษตร เจ้าตัว พูดว่า ส่วนใดส่วนหนึ่งมาจากการลบหลู่ดูหมิ่นของคนที่อยู่รอบข้าง ที่ชอบว่ากล่าวว่า เรียนหนังสือไม่เก่ง เรียนใช้การไม่ได้ ขั้นแรกท้อไม่ต้องการที่จะอยากทำอะไร แต่ว่าเมื่ออยู่บ้านไปนานๆเริ่มพึงพอใจการปลูกผัก รวมทั้งเข้ามาช่วยบิดาในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่สะกดรอยบิดาแค่นั้น หยกยังสร้างความไม่เหมือนโดยเลือกที่จะปลูกผักกาดหอมแทนผักพื้นเมือง ปรับพื้นที่ให้เป็นเกษตรอินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก เป็นการปลูกพืชที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารเคมี ตั้งเป้าหมายข้างในปี 2559 พื้นที่ปลูกจะต้องได้ยี่ห้อรับประกัน Organic Thailand หรือ ระบบการยืนยันมาตรฐานการสร้างพืชอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อยกฐานะผลิตผลเป็นที่ยอมรับ

การเลือกปลูกผักกาดหอมแทนผักประจำถิ่น หยก พูดว่า ในจังหวัดอ่างทองไม่ค่อยมีคนปลูก ไม่เสมือนผักท้องถิ่น ที่ทุกบ้านปลูกกันมากมายแล้ว ซึ่งกรรมวิธีปลูกผักกาดหอมให้เป็นออร์แกนิก ขั้นแรก พื้นที่ปลูกจำต้องเว้นจากการใช้เคมีมานาน 3 ปี จัดแจงดินล่วงหน้า 7 วัน เมล็ดพันธุ์จำต้องไม่ตัดต่อดีเอ็นเอ ตอนช่วงเวลาที่ปลูกจะต้องไม่ใส่สารเคมีใดๆก็ตามทั้งมวล มีข้อเสนอแนะ ดินที่ใช้ปลูกผักกาดหอมจะต้องเป็นดินที่ร่วนซุย ใส่สารอินทรีย์ ดังเช่นว่า แกลบดำ แกลบดิบ ขุยมะพร้าวละเอียด ส่วนสมุนไพรไล่แมลงรวมทั้งปุ๋ยก็จะต้องมาจากธรรมชาติเหมือนกัน สำหรับผักกาดหอมมี 3 ประเภท ผักกาดคอรัล ผักกาดหอมใบแดง ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก ผักเรดโอ๊คแล้วก็กรีนโอ๊ค มีอีกทั้งสีแดงแล้วก็สีเขียว พื้นที่ปลูกผักกาดหอมที่นี้ ราว 1 ไร่ครึ่ง

การเพาะต้นกล้าก็สำคัญมาก หยกจะกระทำการเพาะต้นอ่อน ก่อนลงแปลงปลูก ใช้ถาดเพาะขนาด 104 หลุม เอามาตากหน้าดินให้กำเนิดรอย และหลังจากนั้นก็ค่อยหยอดเม็ดเพาะ แล้วรดน้ำแบบประพรม เพียงพอเปียก รดในลักษณะสเปรย์ ต้นกล้ากำเนิดใบจริง 4 ใบ ก็เลยจะนำลงแปลงปลูกได้ จากการดูแลใส่ใจอย่างดีเยี่ยม จนถึงลูกค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผักกาดหอมตรงนี้รสอร่อย หวาน ไม่ขม ต้นใหญ่ ด้านแนวทางการทำตลาด ผู้ครอบครองส่งตามห้องอาหาร ร้านค้าสเต๊กในจังหวัดอ่างทอง ห้องอาหารที่สั่งซื้อจำเป็นต้องสั่งล่วงหน้า 60 วัน ด้วยเหตุว่าผักกาดหอมจำต้องใช้เวลาปลูกนาน 55 วัน ถึงจะสำเร็จผลิต แต่ละอาทิตย์มีออร์เดอร์เข้า 500 กิโล แต่ว่าผลิตผลที่ได้ อาทิตย์ละ 150 โล เพียงแค่นั้น ขายในราคากิโลละ 100 บาท เพราะว่าผลิตผลที่ได้ยังไม่พอต่อความจำเป็นของตลาด ต่อจากนี้ หยก วางกรรมวิธีขยายการสร้าง โดยใช้แนวทางไปพบเช่าที่ดิน อยากได้ราว 10 ไร่ เพื่อลงทุนทำเกษตรอินทรีย์ และก็ตั้งมั่นว่าจะยึดอาชีพเกษตรกรถัดไป การที่หนุ่มวัยรุ่นทุ่มเท ทดสอบไม่ถูกถูกมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จนกระทั่งมีความสามารถสั่งสมมามากพอ แล้วก็ต้องการแบ่งปันวิชาความรู้วิธีการทำเกษตรอย่างนี้ โดยเปิดศูนย์การศึกษาการปลูกผักกาดหอม เปิดเผยทุกขั้นตอนให้แก่บรรดาคนที่พึงพอใจ ทุกๆวันเสาร์ ติดต่อมาและสอบถาม  มังกรหยก คุณชายผักสลัด