เผยประเทศไทย ส่งออกหน้ากากอนามัย กว่า 330 ตัน

นายชัยยุทธ คำคุณ ผู้ประกาศกรมศุลกากรพูดว่า ภาพรวมการส่งออกหน้ากากอนามัย ในม.ค. 2563 อยู่ที่ 150 ตัน แล้วก็ก.พ. 2563 อยู่ที่ 180 ตัน รวมแล้ว 2 เดือน มีการส่งออกหน้ากากอนามัย ทั้งมวลกว่า 330 ตัน คิดเป็นค่า 160 ล้านบาท

การันตีว่า ศก.ให้มีการส่งออกแมสตามใบอนุมัติของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการส่งออกดังกล่าวข้างต้นเป็นการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจไม่กี่ราย ไปในหลายประเทศทั้งยังจีน ประเทศฮ่องกง อเมริกา

ในเวลาที่การนำเข้าหน้ากากอนามัยในมกราคม 63 อยู่ที่ 145 ตัน ราคา 55 ล้านบาท และก็ก.พ. 63 อยู่ที่ 71 ตัน ราคา 45 ล้านบาท ซึ่งโดยมากนำเข้าประเทศจากจีน

ในส่วนนี้ควรต้องเสียภาษีอากรนำเข้าในอัตรา 5 เปอร์เซ็น ของค่าที่แสดง โดยการนำเข้ามาเพื่อใช้ในประเทศหรือเป็นการนำเข้ามาเพื่อส่งออกต่อนั้น ศก.ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ แล้วก็ประเมินได้ยากว่าปริมาณแมสที่นำเข้ามาคิดเป็นปริมาณกี่ชิ้น เนื่องจากว่าการแสดงผลิตภัณฑ์ให้ปฏิบัติตามน้ำหนัก

การส่งออกเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่พูดว่าห้ามส่งออก ยกเว้นได้รับการอนุญาต หากผู้ประกอบกิจการมีใบอนุมัติ ศก.ก็อาจจะไปห้ามไม่ให้ส่งออกมิได้ แม้กระนั้นมั่นใจว่าภายหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์ครัดเคร่งประเด็นนี้เยอะขึ้น ยอดการส่งออกแมสจะชะลอตัวลง นายชัยยุทธ กล่าว

นายชัยยุทธ กล่าว กล่าวมาว่าในกรณีที่มีข่าวสารในเพจของเครือข่ายสังคม เรื่องหน้ากากอนามัย ปริมาณ 5 ล้านชิ้น ถูกกักโดยศก.ขอแบ่งปริมาณ 2 ล้านชิ้นว่าทางผู้บริหารของกรม ได้มีข้อสังการให้ตรวจทานไปยังพื้นที่ที่อาจมีการนำเข้าหน้ากากอนามัยดังกล่าวข้างต้น ซึ่งพบว่าไม่เจอกรณีดังกล่าวข้างต้นอะไร ด้วยเหตุนี้เรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้นจังไม่เป็นความจริง

กรมฯได้ตรวจตราในพื้นฐาน พบว่าภาพพื้นที่เพจของเครือข่ายสังคมได้เอามาลงนั้น เป็นภาพที่อย่างกับการลงขายแมส ในต่างถิ่น โดยกรมฯให้ความใส่ใจสำหรับเพื่อการปฏิบัติภารกิจโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วก็ระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอให้ประชากรเชื่อถือว่า ลักษณะการทำงานของศก.เป็นไปอย่างโปร่งใส รวมทั้งเที่ยงธรรม นายชัยยุทธกล่าว

นายชัยยุทธ เอ๋ยถึงในกรณีที่มีเพจลงว่ามีคนให้ข้อมูลว่า ตู้ผลิตภัณฑ์ที่นำ แมส เข้ามาทุกตู้ โดนกัก ปริมาณ 5 ล้านชิ้น แล้วก็ศุลกากรขอแบ่ง 2 ล้านชิ้น แล้วก็มีการส่งข้าราชการเข้าไปตรวจร้านขายยาว่ามีการขายเกินราคาหรือเปล่า นั้น รับรองว่า ไม่เป็นเรื่องเป็นราวจริง โดยกรมมิได้นิ่งดูดาย ได้กระทำตรวจทานข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงแล้ว ผ่านด่านศุลกากรท่าเรือท่าเรือกรุงเทวดา ท่าแหลมฉบัง และก็ด่านศุลกากรสุวรรณภูมิ พบว่าไม่มีกรณีการกักหน้ากากอนามัย ที่มีการนำเข้าเลย

ดังนี้ ก่อนหน้านี้พบว่า การนำเข้าหน้ากากอนามัยล็อตใหญ่ที่สุด ในก.พ. 2563 ปริมาณ 2 ล้านชิ้น รวมทั้งในเดือน มี.ค. อีก 1 ล้านชิ้น ซึ่งทุกเคสได้มีการตรวจรวมทั้งปลดปล่อยสินค้าออกไปหมดแล้ว

การันตีว่า ข้อมูลที่ลงผ่านเพจเครือข่ายสังคมว่ามีการนำเข้าหน้ากากอนามัย ปริมาณ 5 ล้านชิ้น และก็เจ้าหน้าที่ศก.ขอแบ่ง 2 ล้านชิ้น ไม่มีและไม่เป็นความจริงอะไร

โดยกรมฯได้มีการพินิจพิจารณาเพิ่มอีกจากรูปที่เพจได้มีการเผยแพร่ ไม่ใช่รูปของที่ถูกกัก แต่ว่าเป็นรูปเดียวกับที่มีลงในเพจจำหน่ายออนไลน์ ด้วยเหตุนี้รูปที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจเครือข่ายสังคมไม่ใช่รูปผลิตภัณฑ์ที่ถูกกัก ไม่มีข้อมูลใดที่ช่วยเหลือว่ารูปที่ลงในเพจเป็นความจริง นายชัยยุทธ กล่าว

ส่วนในกรณีที่มีการลงข้อมูลว่าศก.ส่งข้าราชการไปตรวจราคาหน้ากากอนามัยที่ขายตามร้านค้าว่ามีการขายเกินราคาหรือเปล่านั้น การันตีว่า กรมฯไม่มีแนวทางและไม่มีข้าราชการออกไปตรวจหาว่ามีการอับอายขายหน้ากากอนามันเกินราคา ด้วยเหตุว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ซึ่งที่จริงแล้วหัวข้อนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

แม้กระนั้น ศก.ไม่ขวาง แม้ผู้ครอบครองข้อมูลที่มีการลงจะเข้ามาแจกแจงเพื่อการันตีข้อมูลกับศก. แต่ว่าถ้าเกิดข้อมูลดังกล่าวข้างต้นผิดจำเป็นต้อง ก็ต้องการให้ผู้ครอบครองข้อมูลรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้มีการเผยแพร่ด้วย เพื่อคุ้มครองปกป้องความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้นด้วย

กรมฯอยู่ระหว่างการพินิจพิเคราะห์ ส่วนเพจโซเชียลที่ลงข้อมูล อยู่ระหว่างตรึกตรองว่าจะปฏิบัติการยังไงได้บ้าง ภายหลังได้มีการไต่สวนข้อสรุปเป็นระเบียบแล้ว ก็ต้องการให้ลบข้อมูลดังที่ได้กล่าวมาแล้วออก เพื่อลดการผลิตความสับสนที่จะเกิดขึ้น นายชัยยุทธ กล่าว

ใส่ความเห็น